โรงแรมมณเฑียรสุรวงศ์ พักสบายอาหารอร่อย

Last updated: 3 ก.ค. 2565  |  43 จำนวนผู้เข้าชม  | 

โรงแรมมณเฑียรสุรวงศ์ พักสบายอาหารอร่อย

         ถ้าพูดถึงโรงแรมมณเฑียร ผมว่าสิ่งที่หลายคนนึกถึงอาจจะไม่ใช่ห้องพักหรือวิวสวยๆ แต่น่าจะเป็น "ข้าวมันไก่" ครั้งนี้ผมไปพักที่นี่กับแพ็คเกจ Stay & Dine ซึ่งมีเครดิตให้ 1500 บาท แต่ห้องพักไม่รวมอาหารเช้า ไปดูกันครับว่าเป็นอย่างไรบ้าง

         โรงแรม มณเฑียร สุรวงศ์อยู่ริมถนนสุรวงศ์แต่สามารถเข้าออกได้ทั้งจากถนนสุรวงศ์และถนนพระราม 4 ที่จอดรถของโรงแรมมีทั้งจอดด้านหน้าโรงแรมหรือจะขึ้นอาคารจอดรถที่แยกออกมาอยู่ใกล้ๆกันก็ได้...แต่ผมว่าขึ้นไปจอดบนอาคารเถอะ ขึ้นลงไม่ยากแถมไม่ต้องตากแดดด้วย

          ทราบจากพนักงานว่าโรงแรมเพิ่งรีโนเวทใหม่มาได้ประมาณ 2 ปีเท่านั้นเอง โรงแรมมณเฑียรเปิดบริการเมื่อปี พ.ศ. 2510 สิบปีต่อมาก็เปิดเพิ่มอีกอาคารหนึ่ง ดังนั้นถ้ามองด้านนอกของโรงแรมจะเห็นสถาปัตยกรรมที่ต่างกันอย่างชัดเจนของทั้ง 2 อาคาร

          เข้ามาในอาคารยังสัมผัสบรรยากาศความเก่าได้อยู่บ้างเช่นพื้นที่ต้อนรับที่เป็นเพดานต่ำ ซึ่งถ้าเทียบกับโรงแรมสมัยใหม่จะเป็นเพดานสูงดับเบิ้ลโวลุ่ม ทริปเปิ้ลโวลุ่ม เน้นความโปร่งโล่ง แล้วก็จะรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย

          ความประทับใจแรกคือพี่พนักงานต้อนรับตรงหน้าประตู เป็นกันเองมาก ช่วยดูแลกระเป๋าสัมภาระ พาไปตรงเคาท์เตอร์เช็คอิน แถมพี่คนนี้ยังทักทายตลอดไม่ว่าจะเจอกันตอนไหน...ซึ่งไม่มีปัญหาอะไรสำหรับผม แต่ถ้าเป็นลูกค้าประเภทไม่ค่อยสุงสิงหรือเงียบๆอาจจะรู้สึกเยอะเกินไปนิด...

          แพ็คเกจที่ผมพักคราวนี้เป็นแพ็คเกจ Stay & Dine ซึ่งมีเครดิตอาหารให้ 1500 บาทแต่ห้องพักจะไม่รวมอาหารเช้า ทีแรกกะจะใช้เครดิตไปทานข้าวมันไก่ในวันเข้าพักซึ่งเป็นวันเสาร์ แต่พนักงานบอกว่าเสาร์ อาทิตย์ถ้าไม่จองล่วงหน้า ห้องอาหารเรือนต้นจะเต็มตลอด เป็นอันว่าวันนี้อดเลยจองไว้เป็นมื้อกลางวันของวันอาทิตย์แทน...งั้นก็ไปดูห้องพักกันก่อนครับ

          ห้องพักดูทันสมัย ตกแต่งแบบเรียบง่ายแต่ก็ยังแฝงความเป็นไทยอยู่ตามจุดต่างๆ ผมว่ามันลงตัวดีครับไม่ไทยจ๋าจนอาจจะดูเชย แต่ก็ไม่ทันสมัยจ๋าจนอาจจะเสียความเป็นมณเฑียรไป ปลั๊กต่างๆตรงหัวเตียงก็มีช่อง USB ไว้ให้ทั้ง 2 ฝั่ง โทรทัศน์ใหญ่โตชัดแจ๋ว บรรยากาศโดยรวมห้องดูโปร่งโล่งจากเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่มากเกินไปและช่องหน้าต่างขนาดค่อนข้างใหญ่ เตียงขนาดใหญ่นุ่มนอนสบายดีครับ

          ห้องน้ำขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก ฟังค์ชันการใช้งานครบถ้วน โถสุขภัณฑ์เป็นแบบอัตโนมัติเสียด้วย สบู่ แชมพู ของ Charcoalogy ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของถ่านไม้ไผ่ ใช้แล้วตัวจะดำเป็นถ่าน...ไม่ใช่สิ ใช้แล้วผิวจะเนียนนุ่ม ส่วนอาบน้ำมีให้เลือกทั้งอ่างอาบน้ำและฝักบัวแล้วแต่ความชอบ โดยรวมก็เป็นห้องน้ำที่ครบถ้วนดีครับ

          เดินออกไปซื้อกาแฟที่มณเฑียรมอลล์ด้านหน้าซึ่งบอกตรงๆว่าผมเห็นตรงนี้ครั้งแรกผมนึกว่าเป็นวัด...ร้านค้าในมณเฑียรมอลล์หลักๆก็จะอยู่ฝั่งริมถนนสุรวงศ์นี่แหละครับ ตัวอาคารที่ออกไทยจ๋าก็ทำให้ร้านมีเอกลักษณ์มากขึ้น

          ไปดูสระว่ายน้ำกันหน่อยครับ เป็นสระที่เกือบจะเป็นสี่เหลื่ยมดูแล้วเป็นสระมาตรฐานทั่วไป แต่ค่อนข้างลึกเลยครับจุดที่ลึกที่สุดที่ระดับ 2.5 เมตรเลยใครว่ายน้ำไม่แข็งหรือมีเด็กๆมาเล่นก็ระวังหน่อยนะครับ

           วันต่อมาไปเดินออกกำลังที่สวนลุม กลับมาก็ไปฝากท้องที่ร้าน Phra Ram IV Bistro ร้านสามารถเดินเข้าจากถนนพระราม 4 ก็ได้ถ้าเข้าจากในโรงแรมก็เดินทะลุร้านเรือนต้นเข้าไปจนสุดก็เจอ ภายในร้านตกแต่งสวยใช้ได้เลยครับออกแนว Modern Retro คือความทันสมัยแบบย้อนยุค หรือความย้อนยุคแบบทันสมัย เอาเป็นว่าดูดีแล้วกัน ด้วยความหน้ามืดเลยสั่งอาหารมาซะเยอะขนาดนี้หมดไปเกือบพัน

          มาถึงมื้อที่ผมจองมาเพื่อการนี้แล้วล่ะครับมื้อกลางวันที่ห้องอาหารเรือนต้น แน่นอนว่ามื้อกลางวันของวันอาทิตย์แบบนี้จองเต็มทุกที่นั่งเช่นเคย การจัดโต๊ะในร้านจะยังเว้นพื้นที่กันอยู่บ้างครับ เพราะร้านนี้ออกแนวครอบครัวแท้ๆเลย แต่ละโต๊ะมานั่งทานกันเห็นมี 3 คนเป็นอย่างน้อย

          มาแล้วครับอาหารมื้อเที่ยงวันนี้ของผม แน่นอนว่าต้องมีข้าวมันไก่ในตำนาน นอกจากนั้นก็มีต้มยำเห็ดรวม หอยทอด และข้าวซี่โครงหมูอบ ขอเริ่มที่ข้าวมันไก่ก่อนเลยครับ พระเอกจานนี้คงไม่พ้นไก่ เนื้อนุ่มมากและมีความชุ่มฉ่ำ ภรรยาผมไม่ชอบเนื้ออกไก่เพราะจะค่อนข้างแห้งยังบอกว่าเนื้ออกไก่ที่นี่นุ่มและชุ่มมาก ข้าวให้มาเยอะหอมกระเทียมหุงมาพอดี น้ำจิ้มให้มา 4 แบบมีซีอิ๊วหวาน น้ำมันขิง ส่วนอีก 2 แบบผมว่ามันต่างกันที่ความเปรี้ยวอันหนึ่งจะเปรี้ยวนำหน่อย ส่วนอีกอันหนึ่งจะเค็มนำแล้วแต่ชอบ

          มาต่อกันที่หอยทอด แป้งตรงขอบกรอบมากส่วนตรงกลางยังนุ่มอยู่ หอยไม่มีกลิ่นนุ่มหนึบ ซอสพริกเผ็ดนิดๆ จานนี้เด็กทานได้ครับกรอบอร่อยดี ทานหอยจนคอแห้ง ขอน้ำต้มยำล้างคอหน่อย รสชาติต้มยำเปรี้ยวนำและเผ็ดนิดๆ ในถ้วยมีเห็ดฟาง เห็ดหอมและน่าจะเป็นเห็ดชิเมจิ ซดตอนร้อนๆ มันจะร้อน...ใช่สิ ซดตอนร้อนๆก็คล่องคอดีครับ จบจานสุดท้ายที่ข้าวหมูอบ หมูอบไม่แข็ง ไม่แห้ง ชุ่มและหอมกลิ่นซอสซึ่งคล้ายๆน้ำมันหอยแต่จะออกหวานกว่า ผักที่ให้มาด้วยไม่ถึงกับอ่อนมากแต่ก็ไม่เป็นเสี้ยนให้รำคาญคอ

          ใครอยากเปลี่ยนที่นอนมานอนนอกบ้านสักคืน หาร้านอาหารระดับตำนานทานสักครั้ง มาที่นี่ครบเลยครับผมชอบห้องพักที่ renovate ใหม่แล้วทันสมัยแต่ก็มีกลิ่นอายความเป็นไทยแบบพอดี พนักงานเป็นกันเองดีครับ ส่วนอาหารกลางวันมื้อข้าวมันไก่...ให้คะแนนเต็ม ครั้งหน้าจะไปไหน รออ่านนะครับ สวัสดีครับ

Powered by MakeWebEasy.com